[Review] หนึ่งต่อหนึ่ง ใหญ่ฟัดใหญ่
posted on 04 Oct 2008 00:38 by garuru-giroro in Reviewจริงๆห่านเป็นสาวกเฉินหลง
ตอนนี้มีหนังเฉินหลงเกือบห้าสิบเรื่องล่ะ แอบสะสม =///=
ชอบเฉินหลงเล่นในยุคปัจจุบัน บู๊ๆ อย่างวิ่งสู้ฟัด วิ่งกระเตงฟัด ฯลฯ อะไรแบบนี้
มากกว่าพวก ไอ้หนุ่มหมัดเมา หมัดมังกร ฯลฯ พวกย้อนยุคไม่ค่อยชอบเท่าไรแต่ก้ซื้อเก็บ
มาเรื่องนี้ หนึ่งต่อหนึ่ง ใหญ่ฟัดใหญ่ เห็นว่าเป็นแนวย้อนยุค แอบจัดใจ แต่ก็ซื้อมาดู
ส่วนเจ็ทลีเคยได้ยินชื่อแต่ไม่รู้จักไม่เคยดูหนังด้วย เลยยังไม่รู้สึกอะไรในตอนแรก แต่พอได้ดู...
แม่งเอ้ยยย!!!!!!!! รักทั้งคู่เลย!!!!
Comment by Swordman แห่ง Iris
เนื้อเรื่อง : เป็นเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากไซอิ๋ว เกี่ยวกับหนุ่มฝรั่งคนหนึ่งที่ชื่นชอบหนังจีนพวกนี้ เขาได้รู้จักชายแก่ในร้านขายของเก่าพวกโรงรับจำนำ และพบพลองแปลกๆในร้านนั้น โดยชายแก่เจ้าของร้านบอกว่าต้องนำมันไปคืนเจ้าของ ตรงนี้เองทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นต้องย้อนยุคไปอยู่ในจีนสมัยก่อน....
- ฉากโผล่ในประเทศจีนโบราณกับเปิดตัวเฉินหลง พระเอกโผล่มาอยู่ในโลกจีนยุคโบราณ ( ไซอิ๋ว ) โดยไม่รู้ตัว ชอบในทิวทัศนืที่เขียวขจี ความเวิ้งว้างงุนงงที่ถ่ายทอดออกมาของตัวเอกภายในบรรยากาศปกติวิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้าน อีกทั้งเปิดตัวให้เฉินหลงอยู่ในบทไอ้หนุ่มหมัดเมาได้ลงตัวดี
- ฉากเฉินหลงต่อสู้กับเจ็ทลี กล้องซูมฉากนี้ได้เด่นดีในตอนที่เฉินหลงเดินเข้ามาหาเจ็ทลีที่นั่งอยู่ในรูปของนักพรต หรือ นักบวชที่ขโมยพลองไปจากเด็กหนุ่ม เป็นการเดินจากด้านหลังมาอยู่ด้านหน้าเจ้ทลี ให้ความรู้สึกถึงผู้ยิ่งใหญ่สองคนเผชิญหน้ากันในอารมณ์แปลกๆดูสบายๆนิดหน่อย ได้เห็นฝีมือของทั้งคู่ประลองกันยิ่งสุดยอดมาก เก่งกาจทั้งคู่ ไม่มีใครด้อยกว่าใครเลย
- ฉากเจ็ทลีแย่งเหล้าเฉินหลง ฉากนี้เป็นหลังการต่อสู้ที่เข้าใจผิด ต่างฝ่ายต่างนึกว่าจะเอาพลองไปให้ศัตรู แต่เมื่อปรับความเข้าใจก็เลยยุติ เจ็ทลีแย่งเหล้าเฉินหลงไปดื่มหน้าด้านๆซะงั้น! ชอบมาก ให้อารมณ์ปรับตัวรวดเร็วแบบอึ้งๆ ส่วนคนดูก็อึ้งเหมือนเฉินหลง 555+
- ฉากเดินทางในทะเลทรายและขอฝน ฉากที่ทั้งหมดร่วมเดินทางเพื่อนำพลองไปคืนซุนหงอคงที่โดนทำให้แข็งเป็นหิน ต้องผ่านทะเลทรายอันร้อนระอุ ดูตรงนี้ได้กลิ่นอายไซอิ๋วขึ้นมาทันที อีกทั้งฉากที่ใกล้ขาดน้ำเลยให้เฉินหลงขอฝน ตอนที่เฉินหลงอมพู่กันเพราะไม่มีน้ำมาเขียนยันต์ี่นี่ได้อารมณ์มาก รู้สึกคอแ้งผากไปด้วยเลย... แต่มาฮาตรงที่พอเขียนยันต์ปุ๊บมีน้ำสาดลงมา เฉินลงก้ดีใจนึกว่าขอฝนสำเร็จ แต่ปรากฏเป็นเจ็ทลีขึ้นไปยืนฉี่ตรงผาหิน 555+ ชอบมากก...รู้สึกสองคนนี้กัดกันน่ารักดี Y ได้อีกพี่น้อง....
- ฉากเดินทางในทะเลทรายและขอฝน พระเอกเรียนวิทยายุทธการป้องกันตัวจากเฉินหลงกับเจ็ทลี แม้บทจะเด่นไม่มาก แต่ห่านชื่นชมคาแร็คเตอร์ตัวละครนี้พอสมควร แม้มีความย่อท้อแต่ตัวเอกนี้ก็ยังสู้พยายาม แถมยังดั้นด้นไปพบศัตรูเพียงคนเดียวเพื่อแลกพลองกับยาอมตะให้เฉินหลงที่ถูกธนูยิงใกล้ตา ให้อารมณ์มิตรภาพมากๆ เห็นถึงความกล้าหาญสุดๆ...
- ฉากหักมุมเจ็ทลี ตัวเอกทำให้ซุนหงอคงกลับคืนร่างเดิมได้ เจ็ทลีบาดเจ็บมองดูหงอคงที่กลับคืนร่างเดิม...ตรงนี้ห่านแอบงงว่าเจ็ทลีกับหงอคงมองกันทำไม... แต่ต้องร้องอ๋อ เมื่อร่างเจ็ทลีที่บาดเจ็บเพราะต่อสู้กับศัตรูค่อยๆมลายหายไปกลายเป็นขนของหงอคง พระเจ้า!!! คิดได้!!! เจ็ทลีคือซุนหงอคงในร่างแปลงนี่เอง ทำให้นึกเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้ว่าก่อนที่หงอคงจะกลายเป็นหินได้ถอนขนมาแปลงร่างตัวเองสู้กับศัตรูแล้วตัวเองพลาดท่าเลยขว้างพลองออกไป แสดงว่ามีหนึ่งในจำนวนร่างแปลงที่หลุดรอดไปแล้วตามหาพลองมาขึ้นเพื่อช่วย ไม่นึกเลยว่าเจ็ทลีเป็นหงอคง อ้ากกก....
- ฉากหักมุมเฉินหลง ใครจะไปนึกว่าชายแก่ที่ร้านขายของในย่านไชน่าทาวน์ที่ตัวเอกเราไปใช้บริการบ่อยๆจะคือเฉินหลง!!! ที่กินยาอมตะ มาสังเกตุดีๆ...มีตอนดื่มเหล้าด้วย อ้ากกกกกกกกกก...สุดยอดๆๆ...แต่งซะแทบจำไม่ได้เลย
ฉาก : อลังการงานสร้าง สวยงาม ไร้ที่ติ
ข้อคิดของเรื่อง : ได้มาจากคำพูดในสองฉากฟังแล้วกินใจเป็นฉากที่ตัวเอกตัดพ้อและท้อถอยถึงการเดินทางนำพลองไปคืน กลัวตาย กลัวสู้ไม่ไหว เจ็ทลีก็เตือนสติว่า "อย่าลืมหายใจเท่านั้นเป็นพอ!" อึ้ง!!! คมเฉือนใจ 1 ดอก , และฉากที่ตัวเอกล่ำลาเฉินหลงในโลกยุคโบราณได้พูดว่า ไผมจะไม่ลืมคุณ" เฉินหลงเลยตอบว่า "นั่นแหละคือความหมายของคำว่า อมตะ ที่แท้จริง" อ้ากกก...เด็ดขาดมากค่ะป๊าขา!!!!
สิ่งที่ได้จากเรื่อง : มิตรภาพ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ระดับความชอบ : ( คะแนน 1 - 4 จะได้ Giroro แต่ถ้า 5 จะได้ทั้ง Giroro & Garuru ถือว่า Mission Complete )


![]()

( Mission Complete - 5/5 )
( ไม่มีที่ติจริงๆ สุดยอดทั้งฉาก ทั้งตัวละคร คาแร็คเตอร์ คำพูด เนื้อเรื่องที่หักมุมหลายจุด )
เรื่องย่อ
ท่ามกลางท้องฟ้าสีครามแห่งเหมันตฤดู ร่างอันโดดเดี่ยวเยื้องย่างอย่างงดงามราวนาฏลีลา ซุนหงอคง กวัดแกว่งกระบองกลางอากาศอย่างชำนาญ โดยมีฝูงลิงลูกสมุนคอยจับตาดูอยู่ห่างๆ ทันใดนั้นกองทัพหยกก็บุกเข้าโจมตีซุนหงอคง ทว่าเขาใช้กระบองจัดการทหารเหล่านั้นทีละคนอย่างเชี่ยวชาญ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของฝูงลิงที่เห็นเหตุการณ์
ที่ยุคปัจจุบัน หนุ่มน้อยวัย 17 ปี เจสัน ทรีพิทาคาส ติดภาพโปสเตอร์ดารานักบู๊เต็มผนังห้องด้วยความคลั่งไคล้กังฟูอย่างหนัก เขาฝันถึงซุนหงอคงหลายครั้งและไปโรงรับจำนำย่านไชน่าทาวน์บ่อยๆเพื่อไปซื้อ ดีวีดีหนังกังฟูราคาถูกจากชายแก่ตาบอดท่าทางลึกลับผู้เป็นเจ้าของร้าน วันหนึ่ง เขาได้พบกระบองขนาด 6 ฟุตที่มีรูปลิงสีเงินสลักไว้ที่ปลายด้ามเหมือนอาวุธของซุนหงอคงที่เขาเห็นใน ฝัน ชายแก่ตาบอดบอกว่า กระบองนี้อยู่ในร้านตั้งแต่สมัยที่ปู่ของเขาเปิดร้านใหม่ๆและไม่ได้มีไว้ขาย ผู้ชายคนหนึ่งจะเข้ามารับเอาไปคืนเจ้าของ แต่คนๆนั้นไม่เคยปรากฏตัว
ต่อมา แก๊งอันธพาลเข้ามาทักทายเจสันและบังคับให้เขาช่วยงัดร้านของชายแก่ตาบอด เพื่อเข้าไปขโมยเงิน ลูโป้ สมาชิกคนหนึ่งในแก๊งยิงชายแก่ล้มลง วินาทีนั้นเองที่ชายแก่ยื่นกระบองนั้นให้เจสันและฝากฝังให้เขานำไปคืนเจ้า ของ ในตรอกมืด ลูโป้ขู่จะฆ่าเจสันถ้าเขาเอาเรื่องนี้ไปบอกตำรวจ เจสันกลัวจนตัวสั่น ขณะวิ่งหนี เขาพลัดตกลงมาจากหลังคาโดยที่มือกำกระบองไว้แน่น
เมื่อได้สติ เจสันก็พบว่าตัวเองหลุดเข้ามายังหมู่บ้านแห่งหนึ่งในยุคจีนโบราณพร้อมกระบอง อันนั้น ยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็ถูกจู่โจมจากกองทหารพรรคมารบนหลังม้า โชคดีที่ชายขี้เมาชื่อลู่หยานเข้ามาช่วยเอาไว้ด้วยวิชากังฟูหมัดเมาจนทหาร เหล่านั้นล้มลงไปทีละคนๆ
500 ปีก่อน ซุนหงอคงมีวิทยายุทธเก่งกล้ามากจนจักรพรรดิพรรคหยกเชิญเขามาแสดงที่ตำหนัก ณ งานเลี้ยงหรูหราที่จัดขึ้นในสวนผลไม้หลวง ซุนหงอคงล้อเลียนแม่ทัพหยกจนเขาเกิดโทสะท้าให้มาดวลฝีมือกันแบบตัวต่อตัว ระหว่างการประลองแม่ทัพหยกหลอกให้ราชาวานรวางกระบองคู่กายแล้วสาปเขาให้กลาย เป็นหิน ส่วนกระบองของซุนหงอคงนั้น ถูกโยนเข้าไปในหุบเขาสนธยาและอันตรธานไป
ลู่หยานจำกระบองอันนี้ได้ และเชื่อว่าเจสันคือบุคคลในคำทำนายที่ต้องนำกระบองไปยังหุบเขาสนธยาเพื่อปลด ปล่อยซุนหงอคงและบรรลุคำทำนาย เพราะฉะนั้นเจสันต้องปฏิบัติภารกิจนี้ให้ลุล่วง จึงจะกลับบ้านได้
เจสันถูกแม่ทัพหยกตามล่าเพื่อชิงกระบอง ซึ่งเขาไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ จึงขอร้องให้ลู่หยานคอยช่วย ระหว่างทาง พวกเขาได้พบกับนางแอ่นทองคำ สาวน้อยหัวไวที่พกลูกดอกเป็นอาวุธร้ายประจำกายเพื่อแก้แค้นแทนพ่อที่ถูกแม่ ทัพหยกฆ่าตาย เธอเข้าร่วมเดินทางกับลู่หยานและเจสัน ขณะเดียวกันนี้ เจสันก็เริ่มฝึกกังฟูกับลู่หยาน
แม่ทัพหยกขอความช่วยเหลือจากมือสังหารโหด นางพญาผมขาว เพื่อชิงกระบองไม่ให้กลับคืนสู่มือซุนหงอคง
วันหนึ่ง ลู่หยาน, เจสัน และนางแอ่นทองคำ ได้พบกับชายชุดขาวบนหลังม้า ซึ่งก็คือ นักบวชใบ้ ที่พยายามจะชิงกระบองจากพวกเขา หลังจากที่ลู่หยานกับนักบวชปะทะฝีมือกัน ทั้งหมดก็ได้รู้ว่านักบวชรูปนี้ก็กำลังเดินทางไปปลดปล่อยซุนหงอคงเช่นกัน จึงให้เขาร่วมทางไปด้วย
เวลาผ่าน ฤดูเปลี่ยน เจสันฝึกวิทยายุทธกับทั้งลู่หยานและนักบวชใบ้ เมื่อเดินทางต่อ พวกเขาก็ได้เผชิญหน้ากับนางพญาผมขาวที่ขอให้พวกเขามอบกระบองให้ เพื่อแลกกับยาอายุวัฒนะที่เธอได้จากจอมทัพพรรคมาร การต่อสู้เปิดฉากขึ้น และแม้นักเดินทางทั้งสี่จะหนีมาได้พร้อมกระบอง แต่ลู่หยานก็ถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษที่กลางหลังจนบาดเจ็บสาหัส
เจสัน, นางแอ่นทองคำ และนักบวชใบ้ พาลู่หยานไปที่วัดแห่งหนึ่ง แต่เขากำลังจะตาย เจสันต้องการไปเอายาอายุวัฒนะจากวังของแม่ทัพหยกเพื่อนำมาช่วยลู่หยาน แต่นักบวชใบ้คัดค้านโดยบอกว่าภารกิจคืนกระบองสำคัญกว่าชีวิตคนเพียงคนเดียว คืนนั้นเจสันแอบออกไปหาแม่ทัพหยกและถูกนางพญาผมขาวจับตัวไว้ เจสันเสนอกระบองให้แม่ทัพเพื่อแลกกับยาอายุวัฒนะ ทำให้นางพญาผมขาวโกรธมาก เพราะแม่ทัพหยกสัญญาว่าจะให้ยานี้กับเธอ แม่ทัพหยกจึงให้ทั้งคู่ดวลกัน โดยประกาศว่าผู้ชนะคือคนที่จะได้ครอบครองยาวิเศษนี้
และแล้วการต่อสู้เพื่อชิงกระบองซุนหงอคง ก็เปิดฉากขึ้น เจสันจะปลดปล่อยซุนหงอคงสำเร็จและได้กลับบ้านหรือไม่, ลู่หยานจะรอดชีวิตหรือเปล่า และจะเกิดอะไรขึ้นหากซุนหงอคงฟื้นคืนชีพหลังจากถูกจองจำมานานนับ 5 ศตวรรษ ติดตามใน The Forbidden Kingdom
(( ขอบคุณเรื่องย่อ จาก movie.mthai.com ))
กระต่ายขี้บ่น = โดจินเทพแอ๊บแบ้ว
เด็กหนุ่มหน้าใสหัวใจซาตาน 1

;)
#1 By หลีปลิงปลิง (58.9.231.31) on 2008-10-04 01:38