Swordman แห่ง Iris View my profile

[Review] สุสานหิ่งห้อย

posted on 20 Jun 2008 10:48 by garuru-giroro  in Review

เคยได้ยินชื่อเรื่อง "สุสานหิ่งห้อย" มานานแล้ว

แต่เพิ่งมีโอกาสได้ดูก็คราวนี้

พอดีบังเอิญว่าไปซื้อ VCD มาดู

ก็เลยได้รับรู้ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงสักที

 Comment by Swordman แห่ง Iris

เนื้อเรื่อง : เพราะไม่เคยดูหรืออ่านเรื่องนี้มาก่อนเลยแอบลุ้นไปกับมันว่าตอนจบจะเป็นยังไง ในฉากแต่ละฉากค่อนข้างมีอินไปกับมันบ้าง

- ฉากแม่เจ็บใกล้ตาย รู้สึกสะเทือนใจ ใครๆก็หวังว่าพ่อแม่ญาติพี่น้องจะไม่เป็นอะไรจะรอดชีวิตจากสงคราม แต่แม่ของเซตะ ( พระเอก ) กลับโดนไฟคลอก รู้สึกว่าถ้าเราได้เห็นคนที่รักเจ็บปางตายคงไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้แน่ๆ แต่เซตะก็ต้องอดกลั้นเพราะไม่อยากให้น้องสาวรู้

- ฉากการเอารัดเอาเปรียบของญาติแท้ๆ เช่น ฉากที่เซตะ เอาอาหารที่ตัวเองเก็บไว้มาแบ่งให้ป้า ( เพราะต้องอาศัยอยู่ด้วยเนื่องจากแม่ตายไปแล้ว ) ป้าก็สุดทนเอาอาหารมาทำซุป ตักเนื้อให้คนในครอบครัวเยอะแยะ แต่กลับตักให้พระเอกกับน้องสาวแค่น้ำ

ฉาก : วาดได้สวยงามทีเดียว เน้นความสมจริง โดยส่วนตัวชอบฉากที่เป็นธรรมชาติวาดได้สดใสสมกับเป็นต้นไม้ใบหญ้าทิวทัศน์จริงๆ

ตัวละคร : โดยส่วนตัวแอบหมั่นไส้น้องสาวพระเอกเพราะง้องแง้งเหลือเกิน ส่วนพระเอกก็รักน้องดีมีความอดทน เข้มแข็งแต่ว่าไม่ค่อยมุมานะเท่าไร เข้าใจว่าสภาพเศษฐกิจตอนนั้นข้าวยากหมากแพง ผู้คนล้มตาย พระเอกไม่ย่อท้อแต่เลือกที่จะไปขโมยโน่นขโมยนี่เกินไปนิดนึง ( ขัดใจ TT^TT )

เพลง : เพลงประกอบเป็นเพลงช้ากึ่งเศร้าๆ เข้ากับเนื้อเรื่องได้ดีแต่ไม่จัดว่าดีมาก

ข้อคิดของเรื่อง : สงครามทำให้ก่อเกิดความสูญเสีย แม้มีความสุขจากชัยชนะแต่ผลลัพท์ที่ซ่อนไว้คือความทุกข์มากมาย

สิ่งที่ได้จากเรื่อง : ได้เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในยุคสมัยนั้น ได้เห็นถึงความอดอยากในช่วงไม่กี่อึดใจจากมีอันจะกิน และได้รู้ว่าสงครามคือการเอารัดเอาเปรียบของผู้นำโดยใช้ความทุกข์ของประชาชนเป็นจุดยืน

ระดับความชอบ : ( คะแนน 1 - 4 จะได้ Giroro แต่ถ้า 5 จะได้ทั้ง Giroro & Garuru ถือว่า Mission Complete )

( Giroro - 4/5 ) 
( ขัดใจอีกตรงที่พระเอกยังพยายามน้อยเกินไปในความรู้สึก )

เรื่องย่อ

          เป็นเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของสองพี่น้องที่อาศัยอยู่ในเมืองโกเบประเทศญี่ปุ่นเหตุการณ์เกิดระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เซตะ โยโกกาวา ลูกชายคนแรกของนายพลทหารเรือ อายุ 14 ปี กำลังขนเสบียงลงหลุมเพื่อมีอาหารเวลาสงครามสงบ และในเวลานั้นเครื่องบินกำลังบินผ่านมายังเมืองเพื่อปล่อยระเบิดครั้งรุนแรงกว่าที่ผ่านมา เซตะจึงให้แม่ของตนออกเดินทางไปยังหลุมหลบภัยก่อน เนื่องจากแม่เป็นโรคหัวใจ โดยเซตะ และ น้องสาว เซซึโกะ อายุ 4 ขวบ จะพาไปเอง ซึ่งระหว่างทางไปหลุมหลบภัย ระเบิดจากเครื่องบินของทหารอเมริกาถูกทิ้งลงมา ทำให้เซตะและเซซึโกะ พลัดหลงกับแม่ของพวกเขา ทำให้เซตะพาน้องสาวไปหลบภัยอยู่หลังเนินถนนสูงเป็นกำแพงหินริมทะเล ซึ่งภายหลังพวกเขาพบว่าบ้านของพวกเขาถูกไฟไหม้หมดทั้งหลัง และรอบๆบริเวณนั้นถูกทำลายทั้งหมด

          สองพี่น้องพยายามตามหาแม่ มีคนมากบอกเซตะว่าแม่ของเขาบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตลงเนื่องจากถูกไฟลวก และเมื่อเวลาผ่านไปเซซึโกะถามหาแม่ของเขาแต่เซตะบ่ายเบียงไม่ยอมบอกและปกปิดน้องสาวของเขาไม่ให้รู้ว่าแม่ได้เสียชีวิตแล้ว และทั้งสองก็ได้ไปอยู่กับป้า ฮิซาโกะ ของพวกเขา ซึ่งป้าของเซตะถามถึงอาการบาดเจ็บของแม่ เซตะจึงต้องบอกความจริงไปว่าแม่ได้เสียชีวิตไปแล้ว และต่อมาพวกเขาก็ทนนิสัยป้าของเขาไม่ไหวจึงออกจากบ้านป้ามาทั้งสองคน ทั้งสองพี่น้องจึงไปอยู่ในเหมืองเก่าๆ ซึ่งในสมัยก่อนใช้เป็นที่หลบภัย ภายในเหมืองมีแสงสว่างน้อยมากทำให้เซซึโกะกลัวความมืด เมื่อเป็นเช่นนั้น เซตะพี่ชายจึงไปหาหิ่งห้อยมาปล่อยไว้มากมายทำให้มีแสงสว่างมากพอทำให้เซซึโกะไม่กลัว

          และเมื่อเวลาผ่านไปนาน อาหารก็เริ่มหมด และไม่มีอาหารให้แลกแล้ว และเซซึโกะก็เริ่มมีอาการเจ็บป่วยเกิดขึ้น ซึ่งเซซึโกะป่วยเป็นโรคขาดสารอาหาร และเมื่ออาหารหมด ทำให้เซตะต้องขโมยของตามบ้านเมื่อมีการทิ้งระเบิดของทหารอเมริกา ผู้คนมากมายกำลังหลบหนีระเบิดอยู่แต่เซตะกลับวิ่งฝ่าระเบิดเข้าไปตามบ้านคนที่ว่างเปล่าเพื่อเข้าไปหาของกินมาให้เซซึโกะ และนานวันเข้าอาการป่วยของเซซึโกะเริ่มมากขึ้น เซตะจึงพาน้องไปหาหมอแต่หมอก็ไม่มียารักษาให้ มีวันหนึ่งเซตะเข้าไปในตัวเมืองเพื่อไปถอนเงินก้อนสุดท้ายเพื่อเอาออกมาใช้ และเขาก็ได้ข่าวว่าญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามแล้ว เรือทุกลำจมลงทะเลหมด จมไปพร้อมกับความหวังที่จะเห็นพ่อซึ่งเป็นทหารเรือกลับมาหาตนและน้อง

          เมื่อเซตะกลับมาที่เหมือง เขาเห็นน้องสาวนอนอมลูกหินอยู่ซึ่งเซซึโกะคิดว่าป็นลูกอม เซตะจึงห้ามไม่ให้น้องสาวกินลูกหินอีก และเขาจึงไปเอาแตงโมมาป้อนให้เซซึโกะกินและปล่อยให้เซซึโกะนอนพัก เมื่อเห็นน้องสาวนอนพัก เซตะจึงไปทำอาหาร และตั้งแต่นั้นมา เซซึโกะก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกตลอดกาล ในคืนที่ฝนตกหนักและหนาวเย็นเซตะนอนกอดร่างไร้วิญญาณของน้องสาวเขาทั้งคืน และพอเช้าเซตะ ก็เผาร่างของเซซึโกะและนำเศษกระดูกมาใส่ในกล่องลูกอมและเซตะก็นำกล่องนั้นติดตัวไปตลอดจนกระทั่งเขาเสียชีวิตลงในวันที่ 21 กันยายน ปี 1945 ในตอนเริ่มเรื่องและตอนจบของเรื่อง จะสื่อถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองซึ่งแม้แต่เสียจะชีวิตลงไปทั้งสองคน แต่ทั้งคู่ก็เป็นวิญญาณและอยู่ด้วยกันตลอดไป หลังจากนั้น 1 เดือนหลังจากจบสงคราม จึงมีการกฎหมายบังคับใช้คุ้มครองเด็กที่ประสบในภาวะสงครามขึ้น ในเรื่องสุสานหิ่งห้อยนั้น จะเปรียบหิ่งห้อยที่มีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่วัน เหมือนกับชีวิตเด็กๆที่อดอยากไม่มีกิน เนื่องจากผลจากการกระทำของสิ่งใดก็ตาม และยังเปรียบแสงของหิ่งห้อยเหมือนความหวังอันริบหรี่ของเด็กๆที่สุดท้ายความหวังอันนั้นก็ดับไปพร้อมก็แสงสว่างของหิ่งห้อยยามเมื่อมันเสียชีวิตลง

(( ขอบคุณเรื่องย่อ จาก th.wikipedia.org ))

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อิจฉาวุ้ย ว่างดูการ์ตูนด้วย

ช่วงนี้ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาหายใจ ฮือๆ

พรุ่งนี้มีงานการ์ตูนที่เซนหลุยส์ แกไปไม๊อ่ะ

#1 By gRe@t (58.9.142.115) on 2008-06-20 12:00

สงครามไม่ก่อเกิดอะไร นอกจากความสะใจ เกลียดอิป้าใจโหดจริง

#2 By gomm (118.174.141.32) on 2008-06-20 12:03

ชอบเรื่องนี้มากๆเลยคะ เสียใจกับสงครามครั้งนั้นไปด้วยเลย มีเด็กๆตั้งหลายคนที่ต้องเผชิญกับความลำบาก และ หิวโหย โดยส่วนตัวแล้วคิดการ ถึงจะต้องเป็นขโมย แต่ เค้าก็มีเหตุผลคะ เลยไม่ได้รู้สึกขัดใจซักเท่าไหร่

#3 By mymph on 2008-06-20 12:17

เศร้างิ..

#4 By รัมย์ (125.26.183.152) on 2008-06-20 12:20

ช่างสรรหามาดู

ตอนนี้ติด CIS อยู่สั่งมาดู DVD 43 แผ่น

ปล. แก ฉันดูโคนัน สเปเชี่ยล 2 แล้ว ทำดีมากๆๆๆๆ (ภาคคนแสดงอ่ะ)

#5 By fayya (124.121.163.22) on 2008-06-20 13:38

เคยดูสมัยเด็ก มากมั้งเพราะมันลางๆ

ดูตอนที่พี่พาน้องสาวไปหลบให้ถ้ำอ่ะ

แล้วไม่มีไรกินเลยเศ้รา

ฉากนี้ทำให้ร้องไห้สุด


ชอบเสียงคนพากย์ตัวน้องสวาวสุด น่ารักดี แต่ผสมกับเศร้า

แงงงงงงงงงงงงงงง

#6 By jklovely (124.121.57.56) on 2008-06-20 13:42

ได้ยินมาว่าหดหู่มาก ไม่กล้าดูเลย =w=

#7 By asuka111 on 2008-06-20 13:43

สุสานหิ่งห้อย ได้ชื่อว่าเป็นการ์ตูนที่โด่งดัง ได้รับความนิยมเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่นเลยค่ะ เคยอ่านคำวิจารณ์ของเรื่องนี้ จากนักดูหนังหลายคน อยากดูแต่ไม่เคยมีโอกาสได้ดูสักทีเลย เฮ้อ

#8 By katesnk on 2008-06-20 14:23

เคยดูเมื่อตอนเด็กๆ เลยค่ะเรื่องนี้ รู้สึกว่า ช่อง 7 หรือ 9 เอามาฉาย ไม่ไหว เศร้ามากมาย ให้ดูซ้ำ ทำใจไม่ได้ค่ะ

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมแก๊งลูกหมานะคะ

#9 By General เบ๊ on 2008-06-20 14:24

หนังเศร้านะจ๊ะ
วิจารณ์ยังกับสาวใจแข็งเชียว question
ดูขลัง ๆ ที่แบบนี้ก็อย่างนี้แหละ หุหุ

#11 By Blueberry (61.90.249.246) on 2008-06-20 17:25

โหย การ์ตูนตั้งแต่สมัยไหนนี่

แต่ก็น่าสนุกดีเหมือนกันนะ

#12 By ต้นสนใหม่สด (203.154.215.123) on 2008-06-20 17:38

เจ๊นี่ว่างจริง- -
ยังมีเวลาดูการ์ตูน
แล้วเจลล่ะ!!อ้ากกก
แค่อ่านการ์ตูนยังไม่มีเวลาเลยTOT

#13 By jellychan (58.9.4.87) on 2008-06-20 17:39

TwT

sao ner

mai gla doo nae norn

#14 By belle (122.18.159.26) on 2008-06-20 17:40

ซึ้ง~

#15 By Negizen (125.25.132.151) on 2008-06-20 17:41

สุสานหิงห้อย...
จำได้ว่าเคยดูเมื่อนานนนนนนนนนนน มาแล้ว = =" นานมากจนจำเนื้อเรื่องไม่ได้เลย จำได้แต่ชื่อเรื่อง =A="

ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเนื้อเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ง่ะ = ="" แบบว่า.... ดูแล้วมันเศร้าเกิน TwT" รับไม่ค่อยได้

#16 By moechan (124.121.32.2) on 2008-06-20 17:41

เคยได้ยินอยู่เหมือนกันแฮะเรื่องนี้

มันเศร้ามากกกกกกกกกก T^T

คล้ายๆกับโกโบริเลย -3- เอ๊ะ รึว่าไม่ใช่

ป.ล รูปสวยยย ซึ้งได้ใจ

#17 By +kangastory+ (222.123.81.40) on 2008-06-20 17:48

เป็นใครก็ต้องขโมยของกินให้น้องแหละ
เพราะเซซึโกะเอาตัวรอดไม่ได้แน่ถ้าเซตะไม่ช่วยใครจะช่วย

#18 By Sima Yi (58.9.165.247) on 2008-06-20 17:48

เฮ่อ เข้าใจผิดไปฮะโทษที

ว่างๆจะหามาดูใหม่ฮะ=w=

#19 By Sima Yi (58.9.165.247) on 2008-06-20 18:10

เรื่องนี้ บ่อน้ำตาแตก

#20 By :|[AQUARIAN GUILD]|: on 2008-06-20 18:32

กำ... ลืมล็อคอิน ของตัวเอง นี่คินเองนะเจ๊ห่าน อย่าตกใจไปว่าใครหว่าsad smile

#21 By :|[AQUARIAN GUILD]|: on 2008-06-20 18:33

ไม่เคยดูแฮะ...

#22 By ๐เลิฟฮินะ๐ (125.25.60.213) on 2008-06-20 21:35

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชอบมาก big smile
แต่เจ๊ลองดูการ์ตูนเรื่องอื่นๆของจิบลิสิ มีสนุกหลายเรื่องเลย

#23 By มด (124.120.169.148) on 2008-06-20 21:36

....ใช่ของ Glibi รึเปล่า??

#24 By PhantomOpera (58.9.108.93) on 2008-06-20 21:43

ไว้ไปหามาดูดีกว่า เคยได้ยินมาเหมือนกันแฮะ -..-

#25 By Sb_BelL (118.173.92.211) on 2008-06-20 21:46

ง..ง่า...

น่าสนใจ แต่คงไม่ว่างดูน่ะครับ T T

#26 By whitehamster (124.121.239.84) on 2008-06-20 21:50

เศร้า

#27 By F_sila (61.7.142.86) on 2008-06-20 21:51

อยากดู.... แต่ช่วงนี้มันไม่ค่อยมีเวลา

#28 By alia (58.9.54.60) on 2008-06-20 22:18

ดูแล้วสะเทือนใจมากๆๆๆ

#29 By wesong on 2008-06-20 22:40

เพื่อนผมกำลังจะเอามาให้ดูอยู่พอดีเชียว
ต้องตื้อให้เอามายืมเร็วๆซะแล้วซิ

#30 By นายหนอน on 2008-06-21 21:29

ก้อไม่มีอะรัยจะพูดมาก เพราะวิจานไม่เก่ง

#31 By m (58.147.82.57) on 2008-06-24 11:46

อืม...เเล้วเเต่มุมมองคนนี่เนอะ..55+

มี100คงให้สัก1000ล่ะ กับคะเเนนเรื่องนี้..

สรุป..เรื่องนี้..ยกขึ้นหิ้ง555+

เเนะนำอีกเรื่อง Spirit away ทีมสร้างเดียวกัน..อืม..ด้วยเนื้อเรื่องอาจจะต่างไปสักหน่อย..
ดูสดใสกว่าเเต่คิดว่าน่าจะถูกใจ..
ไงไงก็ลองดูนะถ้าชอบบรรยากาศ ภาพ สไตล์คนเขียนเรื่องนี้ล่ะก็

#32 By DAROCK69 on 2008-06-25 14:19

เรื่องนี้ชอบมาก แต่ดูแล้วเศร้า

#33 By tiew@fine on 2008-07-02 21:04

หวัดดี! แวะมาเยี่ยมบ้าง เห็นเข้าไปบ้านเรา แล้วว่าง ๆ จะเอาผลงานสัตว์ปีกอื่น ๆ มาฝากนะ
ว่าแต่การ์ตูนเรื่องนี้ไม่เคยดู
แต่ชอบภาพแนวการ์ตูนแบบนี้จัง คลาสสิคดี...
นึกถึงตอนเด็ก ๆ เป็นนักเขียนเหรอ เก่งจัง
วันหลังแวะไปเยี่ยมบ้าน (blog)เราอีกนะ

#34 By KungFu_Girl on 2008-07-03 10:51

ดูแล้วซึ้งกินใจครับ แต่อยากดูภาคคนแสดงไม่รู้ว่าหนังมีขายที่ไหนครับ ผู้รู้ช่วยบอกหน่อยครับ

#35 By han (118.172.100.17) on 2008-07-12 11:05

ไม่ค่อยได้ดูการ์ตูนอ่ะค่ะ มัวแต่เลี้ยงลูก sad smile sad smile

#36 By ยัยตูดเป็ด on 2008-07-28 15:01

แก...ขอโง่หน่อย

การ์ตูนแบบนี้แกหาซื้อทีไหนอ่ะ ชั้นไปตามร้านไม่ค่อยเคยเห็น จะถามคนขายก็อาย เด่วมันมองหน้าว่าป้าจะดูการ์ตูนรึ ^^"

ตอบด้วย ไม่ตอบก็เอามายืมหน่อย 555

#37 By gRe@t (58.9.144.175) on 2008-08-26 15:26

เป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่ดูแล้วรู้สึกอินไปกับมัน สงสารน้องตัวเล็กสุดสุดตอนที่กินข้าวปั้นดินก่อนจะเสียชีวิติ (ทีมงานผู้ผลิตการ์ตูนเรื่องนี้เก่งมากมายเลย ขอยกนิ้วให้)

#39 By DEAR (58.147.107.20) on 2009-03-16 12:40

เป็นการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่เศร้ามาก สงสารน้องตัวเล็กมากตอนที่กินข้าวปั้นดินก่อนจะเสียชีวิต (ทีมงานผู้หผลิตสร้างงานชิ้นนี้ได้ดีมากมาย ขอยกนิ้วให้เลยคะ) big smile big smile big smile big smile big smile confused smile confused smile open-mounthed smile

#40 By DEAR (58.147.107.20) on 2009-03-16 12:43

ดูจบไม่ไหวแล้ว จะร้องไห้ตายเอาให้ได้ ทำไมมันเศร้าแบบนี้ๆๆๆๆๆ

#41 By ฮือๆๆ (118.173.69.128) on 2009-05-10 00:50